สถานเอกอัครราชทูตฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-ภาคเอกชนอิสราเอล ร่วมบำรุงรักษาศาลามิตรภาพไทย-อิสราเอล เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทยในอิสราเอล

สถานเอกอัครราชทูตฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-ภาคเอกชนอิสราเอล ร่วมบำรุงรักษาศาลามิตรภาพไทย-อิสราเอล เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทยในอิสราเอล

28 ธ.ค. 2563

176 view

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เดินทางไปที่ศาลามิตรภาพไทย-อิสราเอล ที่สวน Ben Shemen เขตโมดิอิน เพื่อมอบเงินสนับสนุนจำนวน 1,652.34 ดอลลาร์สหรัฐจากรัฐบาลไทยสำหรับการบำรุงรักษาศาลามิตรภาพดังกล่าวแก่ Jewish National Fund องค์กรไม่แสวงผลกำไรของอิสราเอลซึ่งมีหน้าที่ดูแลสวนป่าในอิสราเอล นอกจากนี้ นาย Benjamin Asher  ผู้บริหารบริษัทโมนาทัวร์ ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่ได้ร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตฯ จัดเที่ยวบินพิเศษส่งคนไทยกลับบ้านในช่วงสถานการณ์ COVID-19  ได้ร่วมบริจาคเงินส่วนหนึ่งที่เป็นรายได้จากการขายบัตรโดยสาร ให้แก่ Jewish National Fund เพื่อสมทบทุนการซ่อมแซมและอนุรักษ์ศาลามิตรภาพดังกล่าว จึงนับเป็นโครงการที่สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน (Public-Private Partnership) ของสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรมด้วย

ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ พร้อมด้วยนาย Dov Kalmann ผู้แทนด้านการตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในอิสราเอล ได้หารือกับนาย Gilad Mastey, Chief Forester, Modiin Region,Jewish National Fund เกี่ยวกับแผนการบำรุงรักษาศาลามิตรภาพฯ รวมทั้งความเป็นไปได้ของการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยในอิสราเอลที่ศาลามิตรภาพฯ ในอนาคต เพื่อเพิ่มพูนความสัมพันธ์ในระดับประชาชนระหว่างชาวไทยกับชาวอิสราเอล  

ศาลามิตรภาพฯ สร้างขึ้นเมื่อปี 2539 โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ มูลนิธิชมรมไทย-อิสราเอล และชุมชนชาวไทยในอิสราเอล เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี  เป็นสถาปัตยกรรมไทยที่สวยงามโดดเด่นในสวนป่า Ben Shemen ซึ่งเป็นสวนป่าที่ใหญ่ที่สุดในอิสราเอล และถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืนของมิตรภาพระหว่างไทยกับอิสราเอลด้วย

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ