สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ร่วมกับสำนักงานประชากรและตรวจคนเข้าเมืองอิสราเอล (Population and Immigration Authority - PIBA) จัดเที่ยวบินพิเศษนำคนไทยในอิสราเอลกลับประเทศไทย ครั้งที่ 9 ในช่วงที่อิสราเอลปิดน่านฟ้า
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ร่วมกับสำนักงานประชากรและตรวจคนเข้าเมืองอิสราเอล (Population and Immigration Authority - PIBA) จัดเที่ยวบินพิเศษนำคนไทยในอิสราเอลกลับประเทศไทย ครั้งที่ 9 ในช่วงที่อิสราเอลปิดน่านฟ้า
วันที่นำเข้าข้อมูล 24 ก.พ. 2564
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 พ.ย. 2565
| 2,319 view
เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟได้จัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำพิเศษเพื่อนำคนไทยกลับบ้านโดยมีผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวม 163 คน โดยสายการบิน El Al เที่ยวบินที่ LY 081 ออกเดินทางจากกรุงเทลอาวีฟเวลา 00.05 น. ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 และกำหนดถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันเดียวกันเวลา 16.20 น.
คนไทยที่เดินทางกลับมีจำนวนทั้งสิ้น 137 คน ประกอบด้วยแรงงานภาคเกษตรที่มีปัญหาสุขภาพ 1 คน แรงงานภาคเกษตรที่หมดสัญญาจ้าง ตกงาน หรืออยู่ในอิสราเอลโดยผิดกฎหมาย 133 คน และนักโทษที่ทางการอิสราเอลเนรเทศ 3 คน
ในเที่ยวบินดังกล่าว มีผู้โดยสารชาวต่างชาติที่ได้รับหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (COE) จำนวน 26 คน ประกอบด้วยนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล 20 คน ชาวอิสราเอลที่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย 4 คน และญาติ/ผู้ติดตามของนักการทูตอิสราเอล 2 คน
เที่ยวบินพิเศษนี้เป็นเที่ยวบินแรกที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับสำนักงานประชากรและตรวจคนเข้าเมืองของอิสราเอล (Population and Immigration Authority – PIBA) เพื่อส่งแรงงานไทยที่หมดสัญญาจ้างหรือถูกยกเลิกสัญญาจ้างกลับประเทศไทย โดยสำนักงาน PIBA เป็นผู้คัดเลือกรายชื่อแรงงานไทยที่เดินทางด้วยเที่ยวบินนี้ ในโอกาสนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารชาวไทยด้วยการนำแพทย์มาตรวจสุขภาพและออกใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ให้แก่แรงงานไทยที่ท่าอากาศยานเบนกูเรียน กรอกเอกสารการเดินทางออกจากอิสราเอลผ่านช่องทาง online ให้กับแรงงานไทยทุกคน ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงผลตรวจที่ระบุว่าปลอดเชื้อ COVID-19 ซึ่งมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง มอบหนังสือรับรองการเดินทาง ตลอดจนจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม หน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอลล์ให้แก่ผู้โดยสารทุกคน โดยในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้
สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่างๆ ของทางการอิสราเอล และทีมประเทศไทยของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
ในเที่ยวบินขากลับอิสราเอล ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในช่วงเช้าของวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 กระทรวงแรงงานจะจัดส่งแรงงานไทยชุดใหม่จำนวน 220 คนเดินทางมาทำงานในภาคเกษตรกรรมที่อิสราเอล ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่ 10 ที่นำแรงงานไทยมายังอิสราเอลนับตั้งแต่เกิดวิกฤต COVID-19 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และถือเป็นการสนับสนุนการดำเนินยุทธศาสตร์ของรัฐบาลไทยในการจัดส่งแรงงานไปต่างประเทศ
เที่ยวบินทั้ง 2 เที่ยวข้างต้นได้รับใบอนุญาตให้ทำการบินเป็นกรณีพิเศษในช่วงที่รัฐบาลอิสราเอลประกาศมาตรการห้ามเที่ยวบินพาณิชย์เข้า-ออกอิสราเอลอย่างเด็ดขาดจนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2564 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในอิสราเอล
โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานประชากรและตรวจคนเข้าเมืองอิสราเอลในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่เพื่อให้เที่ยวบินดังกล่าวได้รับใบอนุญาต
สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอขอบคุณผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ได้ช่วยให้การจัดเที่ยวบินนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยในการจัดเที่ยวบินเหมาลำพิเศษรวม 9 ครั้ง สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ส่งคนไทยจำนวน 2,100 คนกลับประเทศไทยแล้วโดยสวัสดิภาพ
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
TOP
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
Royal Thai Embassy, Tel Aviv, Israel
Royal Thai Embassy, Tel Aviv, Israel
Ackerstein Tower A, 11th Fl. 11 Hamenofim Street, Herzliya Pituach, 4672562
วันและเวลาทำการ
วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี 09.00 - 12.00 น. และ 13.00 - 17.00 น.
วันศุกร์ 09.00 - 13.30 น.
ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
Tel : (972-9) 954-8412,954-8413 หมายเลขติดต่อฉุกเฉิน (นอกเวลาราชการ) สำหรับคนไทยขอความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินเท่านั้น 054-636-8150
Fax : (972-9) 954-8417
[email protected] (General Enquiries) [email protected] (Visa Enquiries & Visa Fees Appointment)
Copyright © 2012-2026 The Royal Thai Embassy, Tel Aviv, Israel. All rights reserved.